จิตประภัสสร หรือที่เรียกว่า จิตเดิมแท้ คือสภาวะของจิตที่มีความสว่างไสว ไม่มืดมัว โดยสภาวะนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อผู้ปฏิบัติได้เรียนรู้จนเกิดองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง จนความสงสัยและความสับสนในใจหายไป จิตที่เป็นประภัสสรมีความสำคัญในกระบวนการฝึกจิตดังนี้ เป็นเครื่องบ่งชี้ความสำเร็จในระดับแรก เมื่อผู้ปฏิบัติเฝ้าดูกายและจิตจนเข้าใจกลไกของการ ปรุงแต่ง และมีสติที่ตั้งมั่นเป็นกลาง จิตที่เคยถูกอารมณ์ครอบงำจะเริ่มลอยเด่นชัดขึ้นมาเป็นจิตประภัสสร ซึ่งถือเป็นผลจากการเรียนรู้ตนเองอย่างถ่องแท้ เป็นฐานในการต่อยอดสู่ระดับที่สูงขึ้นแหล่งข้อมูลเปรียบเทียบว่า สภาวะนี้
เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาจนเข้าใจพฤติกรรมของเชื้อโรคอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการก้าวไปสู่การปฏิบัติระดับที่สอง คือการรักษาศีลให้เข้มงวด เพิ่มสมาธิ และเพิ่มระดับของปัญญาให้รอบจัดยิ่งขึ้น
นำไปสู่การหลุดพ้นอย่างแท้จริงความสำคัญสูงสุดคือการใช้จิตที่สว่างไสวและมีองค์ความรู้นี้ เป็นกำลังในการปลดปล่อยพันธนาการของโลกออกจากตัว เพื่อทำลาย เมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ และเข้าถึงสภาวะที่เรียกว่า บรมสุข ซึ่งเป็นความสุขที่หาอะไรเปรียบไม่ได้
สรุปได้ว่า จิตประภัสสรคือสภาวะดั้งเดิม
ของจิตที่สะอาดบริสุทธิ์และสว่างไสว ซึ่งจะปรากฏออกมาเมื่อเราฝึกสติจนเท่าทันการปรุงแต่ง และเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ความสุขแบบโลกที่ถูกเรียกว่า วงจรอุบาทว์ ในแหล่งข้อมูล มีลักษณะเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่วนเวียนอยู่กับวัตถุนิยมและการแข่งขัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
รากฐานมาจากวัตถุนิยมเกิดจากความเชื่อที่ว่าหากทุกคนมีเงินแล้วจะมีความสุข จึงมีการกระตุ้นการบริโภคอย่างสุดโต่ง
เป็นวงจรชีวิตที่น่าเบื่อหน่าย ลักษณะของวงจรนี้ประกอบด้วยขั้นตอนที่ทุกคนต้องทำเหมือนกันคือ
ต้องแข่งขันกันเรียน
แย่งกันทำงาน และแย่งกันหาที่อยู่อาศัย
แต่งงานและ
เลี้ยงลูก
ลงเอยด้วยการเป็นหนี้หัวโต
ความสุขที่ไม่ยั่งยืนรูปแบบชีวิตเช่นนี้ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ซึ่งในอดีต ช่วงปี ค.ศ. 1960 เคยมีกลุ่มคนอย่างพวกฮิปปี้พยายามปฏิเสธวงจรนี้และหันไปใช้ชีวิตเสรีที่ไม่มีกฎระเบียบ แต่สุดท้ายก็เสื่อมสลายไปเพราะพบว่าไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงและก่อให้เกิดปัญหาตามมามากขึ้น
แหล่งข้อมูลชี้ให้เห็นว่าความสุขแบบนี้เป็นการมองเพียงด้านเดียวคือความสบายทางร่างกาย แต่ไม่ได้มองลึกไปถึงสภาพจิตใจที่ยังคงเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและความทะเยอทะยานที่ไม่สิ้นสุด ทำให้ไม่
สามารถพบกับความสงบสุขที่แท้จริงได้การพักจิตด้วยการนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ช่วยเสริมการฝึกสติเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย แต่ตามแหล่งข้อมูลมีข้อควรระวังที่สำคัญเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและได้ผลจริง ดังนี้
อย่าตั้งใจมากจนเกินไป ในขณะฝึกต้องมีความรู้สึกที่พร้อมและผ่อนคลาย หากตั้งใจมากเกินไปจะทำให้ใจแข็ง ซึ่งจะส่งผลให้ใจนั้นนำมาใช้งานในการเรียนรู้หรือเฝ้าดูตามความเป็นจริงไม่ได้ดี
อย่าจงใจจนเป็นการ กดข่ม จิต การนั่งสมาธิเพื่อพักจิตไม่ควรทำด้วยความจงใจที่จะบังคับหรือกดจิตไว้
ระวังจิตดิ้น
และนิมิตหลอกหากปฏิบัติด้วยการกดข่มจิต อาจส่งผลให้จิตดิ้น และจิตอาจสร้างภาพหลอกเราเป็นนิมิตต่าง ๆ ขึ้นมาได้ ซึ่งจะทำให้หลงทางจากการรับรู้ความจริง
สรุปคือ หัวใจสำคัญของการพักจิตด้วยการนั่งสมาธิคือการรักษาความสมดุลระหว่างความตั้งใจและความผ่อนคลาย เพื่อไม่ให้จิตตึงเครียดจนเกินไปหรือถูกนิมิตหลอกลวงนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น