MBK CENTER by Puyana
ย่านสยาม-ปทุมวัน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าของกรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะเป็นย่านค้าปลีกระดับโลกที่เกิดจากการผสานพลังของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และสถาบันการศึกษาโดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. พันธมิตรพลังสยาม (Siam Synergy)
หนึ่งในเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของย่านนี้คือการรวมตัวกันของ สมาคมการค้าพลังสยาม ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ของ 3 ผู้นำธุรกิจในย่านนี้ ได้แก่กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ผู้บริหารศูนย์การค้าในกลุ่ม วันสยาม(Siam Paragon Siam Center และ Siam Discovery)เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK Center)ศูนย์การค้าขนาดใหญ่บริเวณมุมตะวันตกเฉียงใต้ของสี่แยกปทุมวัน กลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การรวมตัวนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและผลักดันให้ย่านสยามเป็นย่านค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ระดับโลกเทียบเท่ามหานครใหญ่ทั่วโลก
2. ภูมิศาสตร์และสถานที่สำคัญ
ย่านนี้ตั้งอยู่ใน เขตปทุมวัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายแขวง เช่น แขวงปทุมวัน วังใหม่ รองเมือง และลุมพินี โดยมีสถานที่สำคัญที่หลากหลายมากกว่าแค่แหล่งช้อปปิ้ง สถาบันการศึกษาและหน่วยงานเป็นที่ตั้งของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสาธิตจุฬาฯ และสาธิตปทุมวัน ศิลปวัฒนธรรมมีแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC), บ้านจิม ทอมป์สัน และวัดปทุมวนารามพื้นที่สีเขียวเชื่อมต่อไปยัง สวนลุมพินี และสวนปทุมวนานุรักษ์ ศาสนสถาน: บริเวณแยกราชประสงค์ยังเป็นที่ตั้งของหมู่ศาลเทพเจ้าฮินดู เช่น ศาลท้าวมหาพรหม และศาลพระพิฆเนศวร
3. ศูนย์กลางการสัญจรและเศรษฐกิจ
ย่านปทุมวันเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯทางรางเป็นจุดเชื่อมต่อของ รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม (สถานีสยามและสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) ที่สถานีสามย่านและสีลมทางน้ำมีการสัญจรผ่านเรือโดยสารคลองแสนแสบ เช่น ท่าเรือสะพานหัวช้างธุรกิจค้าปลีก: นอกจากกลุ่มพลังสยามแล้ว ยังมีกลุ่มเซ็นทรัล (CentralWorld, Central Chidlom)สามย่านมิตรทาวน์ และโครงการวัน แบงค็อก ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในย่านนี้ย่านสยาม-ปทุมวันจึงเปรียบเสมือน ระบบประสาทส่วนกลาง ของกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การค้าขาย แต่ยังเป็นศูนย์รวมของความรู้ ศิลปวัฒนธรรม และการสัญจรที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้คนทุกกลุ่มเข้าด้วยกันอย่างหนาแน่นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมภายนอกของศูนย์การค้ามาบุญครอง (MBK Center) ในปัจจุบันสะท้อนถึงความทันสมัยผ่านการเลือกใช้ประติมากรรม วัสดุ และเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ดังนี้
การออกแบบผนังอาคาร (Facade)ตัวอาคารมีการใช้แผ่นวัสดุสีขาวที่มี ลวดลายฉลุเป็นจุด (Perforated Pattern) ตลอดแนวผนัง ซึ่งช่วยเพิ่มมิติความตื้นลึกและทำให้ภาพลักษณ์ของอาคารดูโปร่งเบาและทันสมัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับผนังแบบทึบในอดีต โครงสร้างทางเชื่อมลอยฟ้า (Skywalk)สถาปัตยกรรมของทางเชื่อมมีการใช้ รูปทรงโค้งมน (Curved Design) และใช้วัสดุกระจกใสเป็นส่วนประกอบหลักในการทำผนังและราวกันตก ซึ่งสื่อถึงความล้ำสมัยและการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อในย่านใจกลางเมืองการใช้สื่อดิจิทัลและแสงสีมีการติดตั้งโครงสร้างทรงโค้งสีน้ำเงินที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ จอ LED ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของศูนย์การค้ายุคใหม่ที่เน้นการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลและการสร้างความตื่นตาตื่นใจทางสายตาอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Branding): ป้ายชื่อ MBK CENTER มีการใช้ ตัวอักษรแบบไม่มีหัว (Sans-serif)
ที่มีความเรียบง่ายและสะอาดตา พร้อมการใช้สีเขียว แดง และดำ ที่ดูสดใสและเป็นสากลมากขึ้น พื้นที่ไลฟ์สไตล์และงานศิลปะบริเวณลานด้านหน้ามีการวาง ประติมากรรมร่วมสมัย (เช่น รูปตัวการ์ตูนสีขาว) ซึ่งเป็นการนำงานศิลปะมาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างจุดดึงดูดใจและสะท้อนถึงความเป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์สมัยใหม่
การปรับโฉมทางสถาปัตยกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือนการ สวมชุดใหม่ ให้กับตัวอาคารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและตอบโจทย์รสนิยมของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว