วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568

สถานีรถไฟธนบุรี

 



Thonburi Station Gateway by Puyana


การที่สถานีธนบุรีเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีบางกอกน้อย ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2546 มีสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ในที่ดินและการย้ายตำแหน่งสถานี โดยมีรายละเอียดดังนี้การส่งมอบที่ดินให้โรงพยาบาลศิริราช ในปี พ.ศ. 2546 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ได้มอบที่ดินบริเวณสถานีธนบุรีเดิมจำนวน 33 ไร่ ให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ 

การยุติการใช้งานอาคารเดิมตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2546 รฟทได้ยุติการเดินรถเข้าไปยังอาคารสถานีธนบุรีเดิมอย่างถาวร เนื่องจากอาคารและที่ดินบริเวณนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของ รฟท. อีกต่อไป การย้ายไปใช้สถานีแห่งใหม่ เมื่อไม่สามารถใช้อาคารเดิมได้ ขบวนรถต่าง ๆ จึงต้องเปลี่ยนไปใช้สถานีแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นทดแทน (ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเดิมประมาณ 0.866 กิโลเมตร)การใช้ชื่อเพื่อย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ ในช่วง


ที่มีการย้ายการเดินรถมายังอาคารใหม่นี้ รฟทได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อสถานีจาก ธนบุรี เป็น บางกอกน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อดั้งเดิมของสถานีเมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งทางรถไฟหลวงสายใต้ในอดีต อย่างไรก็ตาม ชื่อ สถานีบางกอกน้อยถูกนำมาใช้เพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 รฟท


ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อ
สืบทอดบทบาทและชื่อเรียกที่เป็นที่จดจำของสถานีแห่งนี้ต่อไปจนถึงปัจจุบัน หากจะเปรียบเทียบ เหตุการณ์นี้เหมือนกับ การย้ายบ้านใหม่ของครอบครัวเก่าที่ในช่วงแรกอาจจะขอกลับไปใช้ชื่อบรรพบุรุษ (บางกอกน้อย) เพื่อตั้งหลักก่อนที่จะตัดสินใจนำชื่อที่ผู้คนคุ้นเคยที่สุด (ธนบุรี) กลับมาปักป้ายหน้าบ้านใหม่อีกครั้งอย่างเป็นทางการ

สถานีแห่งนี้กลับมาเป็น สถานีธนบุรี อีกครั้ง พร้อมทั้งยกฐานะขึ้นเป็นสถานีชั้น 1 เพื่อ


บทบาทของสถานีรถไฟธนบุรีที่เริ่มลดน้อยลงในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านการบริหารจัดการเส้นทางและเป้าหมายการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ ดังนี้
การเปลี่ยนต้นทาง-ปลายทางไปยังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) บทบาทสำคัญในฐานะสถานีต้นทางหลักของรถไฟสายใต้เริ่มลดลงเมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เปลี่ยนจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของขบวนรถสายใต้หลายขบวนไปอยู่ที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) แทน ส่งผลให้สถานีธนบุรีหลงเหลือเพียงขบวนรถ


ธรรมดา ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถรวม ในเส้นทางสายใต้ สายกาญจนบุรี และสายสุพรรณบุรีเท่านั้น โครงการปรับปรุงพื้นที่และปัญหาการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลมีโครงการปรับปรุงอาคารสถานีและพื้นที่โดยรอบ ทำให้ต้องมีการสร้างสถานีใหม่ขึ้นมาทดแทนชั่วคราว (ชื่อเดิมคือสถานีบางกอกน้อย) ห่างจากจุดเดิม 0.866 กิโลเมตร, แม้จะยังเปิดจำหน่ายตั๋วที่อาคารเดิมแต่ผู้โดยสารต้องไปขึ้นรถที่สถานีใหม่ ซึ่งโครงการนี้ประสบปัญหาจนหยุดชักไปในที่สุด


การมอบที่ดินให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ปัจจัยสำคัญที่สุดคือเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2546 รฟทได้มอบที่ดินบริเวณสถานีธนบุรีเดิมจำนวน 33 ไร่ ให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อใช้ในกิจการของโรงพยาบาลศิริราช การยุติการเดินรถเข้าสถานีเดิมอย่างถาวร ผลจากการมอบที่ดินทำให้อาคารสถานีธนบุรีเดิมไม่ใช่ทรัพย์สินของ รฟท อีกต่อไป และมีการประกาศยุติการเดินรถเข้าไปยังอาคารเดิมอย่างถาวรตั้งแต่นั้นมา โดยย้ายกิจกรรมการเดินรถทั้งหมดไปอยู่ที่อาคารสถานีแห่งใหม่ (ซึ่งปัจจุบันคือสถานีธนบุรีที่ใช้งานอยู่)


ด้วยเหตุนี้ อาคารสถานีธนบุรีเดิมที่มีหอนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์จึงลดบทบาทจากการเป็นจุดรับส่งผู้โดยสาร ไปเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อนุรักษ์และพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถานในสังกัดโรงพยาบาลศิริราชแทน หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ สถานีรถไฟธนบุรีเดิมก็เหมือนกับ นักเดินทางรุ่นใหญ่ที่ตัดสินใจถอดรองเท้าเดินทางเพื่อมาเป็นผู้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์โดยส่งต่อคัมภีร์และการเดินทางบทใหม่ให้กับสถานีรุ่นหลังได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนชีวิตของผู้คนต่อไปท่ามกลางเมืองที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง


 

ไม่มีความคิดเห็น: