ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของย่านเก่าทำเลที่ตั้งของตลาดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พาณิชย์ แต่เป็นหัวใจของชุมชนไทย-จีนสะท้อนจากการมี ตัวอักษรจีน ประดับเด่นชัดที่ซุ้มประตู และการมีป้ายบอกทางไปยัง ศาลเจ้าซำไนเก็ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการวางผังเมืองแบบย่านการ
ค้าดั้งเดิมที่ประกอบด้วย ตลาด ที่อยู่อาศัย และศาสนสถาน อยู่รวมกัน ทำเลที่เอื้อต่อการสัญจรระดับชุมชนลักษณะของทางเข้าที่กว้างขวางและพื้นราบเสมอกับถนน ช่วยให้ทำเลนี้เป็นจุดตัดของการสัญจรหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่สามารถขับขี่เข้าสู่ตัวตลาดได้โดยตรง สะท้อนถึงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงและมีซอกซอยเชื่อมต่อถึงกัน (Accessibility) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชุมชนฝั่งธนบุรี พื้นที่พาณิชย์แบบรวมกลุ่ม (Commercial Cluster)จากภาพจะเห็นอาคาร ตึกแถวสองชั้น ขนาบข้างทางเข้า
ตลาด บ่งบอกว่าทำเลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นย่านการค้าถาวรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 การตั้งอยู่ท่ามกลางกลุ่มตึกแถวเหล่านี้ทำให้ตลาดท่าดินแดงไม่ได้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายร้านค้าปลีกและที่อยู่อาศัยที่เกื้อกูลกันสัญลักษณ์ของฝั่งธนบุรี ในบริบทเชิงพื้นที่ที่กว้างขึ้น ตลาดท่าดินแดงตั้งอยู่ในเขตคลองสาน ซึ่งเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญในการขยายตัวของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี การมีป้ายชื่อขนาดใหญ่พร้อมปีที่ก่อตั้งบนซุ้มประตู ทำให้ที่นี่กลายเป็น Landmark หรือจุดหมายตาสำคัญ ที่กำหนด
อัตลักษณ์ของย่านนี้มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี
หากจะเปรียบเทียบในเชิงทำเลที่ตั้ง ตลาดท่าดินแดง ก็คือ ห้องรับแขกของย่านที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนซึ่งเชื่อมต่อกับท่าเรือ เป็นจุดที่ผู้คนจากทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีมาบรรจบกันเพื่อแลกเปลี่ยนทั้งสินค้าและวัฒนธรรม โดยมีสถาปัตยกรรมซุ้มประตูโค้งนี้เป็นเครื่องยืนยันตำแหน่งแห่งที่อันสำคัญนี้
ตลาดท่าดินแดงและบริบทโดยรอบ สิ่งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้สามารถสรุปได้เป็นประเด็นสำคัญดังนี้ประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งคือการระบุปีพุทธศักราช 2503 ไว้บนซุ้มประตูอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นประจักษ์พยานว่าตลาดแห่งนี้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานกว่า 60 ปี ตัวเลขนี้เปรียบเสมือนใบประกาศเกียรติคุณที่บอกเล่าถึงความเก่าแก่และความเก๋าของย่านการค้าแห่งนี้ เสน่ห์ของพหุวัฒนธรรมไทย-จีนบนป้ายชื่อตลาดไม่ได้มีเพียงภาษาไทย แต่ยังมีตัวอักษรจีนประดับอยู่ขนาบข้าง สิ่งนี้
สะท้อนถึงรากเหง้าของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่ฝังตัวอยู่ในย่านนี้มาอย่างยาวนาน ทำให้ท่าดินแดงมีกลิ่นอายของ ย่านเก่า ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะตัว สถาปัตยกรรมพาณิชย์ดั้งเดิมโครงสร้างตึกแถวสองชั้นที่ขนาบข้างทางเข้า และหลังคาทรงโค้ง (Arch) ขนาดใหญ่ที่มีลวดลายโครงเหล็กตารางเป็นจุดเด่นทางสายตา สถาปัตยกรรมเหล่านี้ให้ความรู้สึกย้อนยุค (Nostalgic) ซึ่งหาดูได้ยากในย่านการค้าสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า วิถีชีวิตที่เป็นพลวัตและมีสีสัน บรรยากาศบริเวณทางเข้าตลาดที่หนา
แน่นไปด้วยร่มแม่ค้าหลากสีและแผงลอย สะท้อนถึงความคึกคักของตลาดสดที่ยังมีลมหายใจ การที่มีรถจักรยานยนต์สัญจรเข้าออกได้อย่างอิสระ แสดงถึงความเรียบง่ายและเป็นกันเองของวิถีชีวิตคนในพื้นที่ จุดเชื่อมต่อสู่ความเชื่อและศรัทธา สิ่งที่น่าสนใจและมักถูกมองข้ามคือป้ายบอกทางเล็กๆ ไปยัง ศาลเจ้าซำไนเก็งที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาด ซึ่งบ่งบอกว่าพื้นที่นี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของการกินอยู่หรือการค้าขายเท่านั้น
แต่ยังมีความเชื่อทางจิตวิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกซอยให้ผู้มาเยือนได้ค้นหา
ตลาดท่าดินแดงจึงเปรียบเสมือน พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ที่ไม่ต้องตีตั๋วเข้าชม เพราะทุกรอยจารึกบนซุ้มประตู ทุกตัวอักษรจีน และทุกเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่าน คือเรื่องราวที่กำลังถูกบอกเล่าอยู่ตลอดเวลาในทุกวินาที



